Newsletter subscribe

Artificial Intelligence, Innovation

จริงหรือไม่ที่ Google กำลังสร้าง AI ให้กลายเป็น Skynet#Final

Posted: 10/09/2020 at 21:51   /   by   /   comments (0)

Linkin Park – One More Light

Who cares if one more light goes out?

In a sky of a million stars

It flickers, flickers

Who cares when someone’s time runs out?

“I do care”  Chester!

ผู้เขียนเชื่อว่า ภาพการมาเยี่ยมโรงเรียนที่ภูเก็ตของเชสเตอร์ ได้ถูกบรรจุไว้ในวิดีโอเพลง “One More Light” เมื่อพิจารณาจาก เครื่องแบบนักเรียน สภาพห้องเรียน และปฏิทินที่ติดข้างฝา ที่ปรากฏในวีดิโอเพลง ครั้งนั้นนอกจากเชสเตอร์บินเดี่ยวมาเยี่ยมผู้ประสบภัยสึนามิ เชสเตอร์ยังตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย

 

การขยายตัวของหุ่นยนต์และ AI ในหลายๆปีที่ผ่านมา ทำให้ภัยคุกคามของ AI ที่ไม่สามารถควบคุมได้มีท่าทางจะเป็นจริงมากขึ้น ในมุมมองของคำเตือนจากนักวิจัยและผู้ประกอบการว่า AI อาจฉลาดเกินไป นักฟิสิกส์ทฤษฎีที่มีชื่อเสียงอย่าง สตีเฟ่น ฮอว์คิง ผู้ประกอบการอย่าง อีลอน มัสก์ ของเทสลา และผู้ก่อตั้งร่วมของไมโครซอฟท์ บิลเกตส์ ทุกคนบอกว่า AI กำลังใกล้เข้ามาในจุดของการรับรู้ตนเองอย่างรวดเร็ว และได้เตือนว่าการเพิ่มขึ้นของหุ่นยนต์อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและทำร้ายเผ่าพันธุ์มนุษย์ ดังที่สตีเฟ่น ฮอว์คิง กล่าวในการสัมภาษณ์ปี 2014 วิวัฒนาการทางชีววิทยาที่ช้าของมนุษย์ไม่สามารถแข่งขันกับความเร็วของการพัฒนา AI นี้อาจนำไปสู่จุดจบของเผ่าพันธุ์มนุษย์

ความกังวลหลักของผู้เชี่ยวชาญด้าน AI คือ มันถูกออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหมายความว่ามันจะเริ่มเห็นรูปแบบพฤติกรรมของมนุษย์ ได้รับสติปัญญาความฉลาด และได้รับ “บุคลิกภาพ” ของมันเอง ด้วยการปรับตัวมันให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ  AI จะเริ่มตัดสินใจด้วยตนเองคล้ายกับมนุษย์ ก่อนหน้านี้เราได้ทราบเรื่องราวของ AlphaGo ซึ่งเป็น AI ของ Google ที่เอาชนะแชมป์โลกเกมกระดานหมากล้อม Go หลังจากเรียนรู้จากฝ่ายตรงข้ามที่เป็นมนุษย์

AI ถูกตั้งค่าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง แต่บางครั้งเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น พวกมันไม่สนใจบรรทัดฐานทางสังคมหรือกฎระเบียบอื่นๆ AI สามารถค้นหาทางลัดซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่มนุษย์ผู้ออกแบบตั้งใจไว้ นี่คือสิ่งที่จะนำไปสู่ “การโกง” ของ AI และอาจสร้างปัญหาใหญ่โตได้

โดยพื้นฐานแล้ว ยิ่งฟังก์ชั่น AI ยาวขึ้น และยิ่งมีแนวโน้มที่เครื่องจะหยุดฟังคำแนะนำและคำสั่งจากมนุษย์ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมี “สวิตช์ฆ่า” ในกรณีที่สิ่งต่างๆ ไม่สามารถควบคุมได้

หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการมีสวิตซ์ฆ่า คือการป้องกันไม่ให้ AI รู้ว่ามีสวิตช์ฆ่าเกิดขึ้น รวมทั้งต้องไม่ให้ AI เรียนรู้วิธีหยุดสวิตซ์ฆ่า เพื่อถ้ามันรู้ มันอาจต่อสู้กับคนที่พยายามปิดการทำงานของมัน กล่าวอีกนัยหนึ่งมันต้องเปิดการแอบโจมตี

 

voanews.com

เมื่อเดือนมิถุนายน 2016 Google ได้ลงบทความเกี่ยวกับโปรเจ็ทที่นักวิจัย AI ของ Google DeepMind และมหาวิทยาลัย Stanford กำลังทำงานร่วมกันในการพัฒนา “สวิตซ์ฆ่า หรือ kill switch” เพื่อที่มนุษย์จะได้กดหยุดการทำงานของ AI หากมันมีการกระทำใดๆก็ตามที่เป็นภัยต่อมนุษย์

 

 

Linkin Park – Castle of Glass

 

 

blackholezoo.com

เมื่อปลายปี 2017 Google ได้ทำสัญญากับกระทรวงกลาโหมของรัฐบาลสหรัฐในโครงการ Maven  ซึ่งการทำสัญญานี้ได้ถูกปกปิดเป็นความลับเป็นเวลาหลายเดือน

โครงการ Maven เป็นส่วนหนึ่ง Pentagon ในการรณรงค์ด้านนวัตกรรมโดยการนำเทคโนโลยีด้าน Artificial Intelligence หรือ AI มาใช้เข้ากับเทคโนโลยีสนามรบ และโครงการ Maven เป็นโครงการนำร่อง ใช้ machine learning วิเคราะห์ภาพถ่ายของโดรนเพื่อระบุเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นคนหรือวัตถุได้เร็วขึ้น

 

gizmodo.com

และเมื่อเดือนมีนาคม 2018 สัญญาลับที่ Google ทำกับ Pentagon ในโครงการ Maven ได้ถูกเปิดโปงโดยเว็บไซต์ Gizmodo ก่อให้เกิดการประท้วงในบริษัท Google ทันทีโดยมีพนักงานลาออกหลายคน และในเดือนเมษายน 2018 พนักงานของ Google จำนวน 3,100 คนได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้ Google ถอนตัวจากโครงการ Maven โดยให้เหตุผลว่าโครงการนี้จะทำให้ชื่อเสียงของ Google ตกอยู่ในความเสี่ยงและยืนอยู่ในจุดที่ตรงข้ามกับค่านิยมหลักของ Google ที่ว่า “Don’t be evil” ส่วนหนึ่งของจดหมายประท้วง บอกด้วยว่าเทคโนโลยีนี้เพื่อทางการทหารโดยตรง การวิเคราะห์ของโดรนก็เพื่อช่วยให้สามารถกำหนดเป้าหมายที่เป็นคนได้ ซึ่งอาจนำไปสู่เป้าหมายที่เป็นผู้บริสุทธิ์ได้

 

financialexpress.com

การประท้วงของพนักงาน ทำให้ Google ได้ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาใหม่กับกองทัพสหรัฐที่จะสิ้นสุดสัญญาในเดือนมีนาคม 2019 นาย Sundar Pichai ผู้ซึ่งเป็น CEO ของ Google ชี้ชัดถึงเป้าหมายของการพัฒนา AI หลังจากพนักงานของบริษัทหลายพันคนต่อต้านการทำงานร่วมกันของ Google กับกองทัพสหรัฐ “โดย Google ให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ใช้ AI ในการพัฒนาอาวุธ”

 

 

mybroadband.co.za

สำหรับคติประจำใจ (motto) ของ Google คือคำคมที่ว่า “Don’t be evil” เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานจริยธรรมองค์กรมาตั้งแต่ปี 2000 จนกระทั่งเมื่อบริษัทแม่ Aphabet ถูกตั้งขึ้นในปี 2015 ได้มีการปรับเปลี่ยน motto เล็กน้อยมาเป็น “Do the right things” สำหรับบริษัท Alphabet แต่ Google ยังคงใช้ “Don’t be evil” ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2018 Google ได้ถอน motto นี้ออกจากมาตรฐานจริยธรรมองค์กร น่าจะเป็นผลมาจากการประท้วงของพนักงาน 3,100 คนที่มีต่อโครงการ  Maven เมื่อเดือนเมษายน 2018 เพราะการประท้วงที่เกิดขึ้นครั้งนั้น ให้เหตุผลว่ามันขัดต่อหลักจริยธรรมของ Google ที่ว่า “Don’t be evil”

 

 

Linkin Park – Goog Goodbye

“You were too good to goodbye”  Chester.

 

 

hothardware.com

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2018 นักวิจัยและบริษัทชั้นนำของโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่พัฒนาหรือมีส่วนร่วมในการพัฒนาหรือผลิตหุ่นยนต์ยนต์ที่สามารถระบุและโจมตีผู้คนได้โดยอัตโนมัติด้วยตนเอง หรือ Killer robots

Demis Hassabis, CEO ของ Google DeepMind และ Elon Musk, CEO ในขณะนั้นของ SpaceX/Tesla เป็นหนึ่งในผู้ลงนามในสัญญามากกว่า 2,400 รายที่มุ่งมั่นที่จะขัดขวางบริษัทที่ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารและประเทศต่างๆจากการสร้างระบบอาวุธของตนเอง เพื่อหาทางออกให้กับโลกอนาคตในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เครื่องจักรปฏิวัติมนุษย์แบบ Skynet ในหนัง The Terminator

ในการเคลื่อนไหวล่าสุดครั้งนี้ Google DeepMind และ Open AI ที่ก่อตั้งโดย Elon Musk ยังจะร่วมวิจัยเกี่ยวกับกรรมวิธีใหม่ในการพัฒนา machine learning ซึ่งวิธีนี้ AI ควรได้รับการชี้นำจากมนุษย์ในการเรียนรู้งาน วิธีนี้จะสร้างความปลอดภัยมากกว่าที่จะปล่อยให้ AI คิดหาทางในการแก้ปัญหาเอง ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่พึ่งปราถนา

 

 

Linkin Park – Somewhere I belong

I want to heal, I want to feel,

What I thought was never real

I want to let go of the pain I felt so long

I want to heal, I want to feel

Like I’m close to something real

I want to find something I’ve wanted all along

Somewhere I belong

“You needed help, but no one realized this.”

 

 

Linkin Park – Heavy

“Life was too heavy for you”

 

 

etftrends.com

Eric Schmidt อดีต CEO ของ Google และอดีตประธานบอร์ดของ Alphabet ปัจจุบัน Eric เป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิคของ Alphabet

Eric เคยเขียนบทความ ” Let’s Stop Freaking Out About Artificial Intelligence ” หรือหยุดแตกตื่นเกี่ยวกับ AI ซึ่งเขามองว่ามนุษย์จะได้ประโยชน์จาก AI และเราควรกังวลเกี่ยวกับมนุษย์ด้วยกันเองมากกว่าจะมากังวลถึงความน่ากลัวของ AI

Eric มองว่าเทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นมาก็เพื่อประโยชน์ของมนุษย์ ในอนาคตเราต้องอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ถูกคอมพิวเตอร์แทนที่ ทั้งมันจะมาช่วยเติมเต็มงานของมนุษย์และช่วยพัฒนากันและกันด้วย ไม่มีนักวิจัยหรือนักเทคโนโลยีคนไหนต้องการเป็นส่วนหนึ่งในฉากวันโลกาวินาศของภาพยนต์หุ่นยนต์ครองโลกต่างๆ  Google ให้ความสำคัญของความปลอดภัยในการใช้งาน AI และกำลังทำงานวิจัยเพื่อให้แน่ใจว่า มนุษย์สามารถควบคุมและหยุดการทำงานของ AI เมื่อใดก็ตามที่ต้องการ และการป้องกันการโจมตีของระบบหุ่นยนต์

 

 

nerdiest.in

Eric กล่าวว่า Elon Musk คิดผิดเรื่อง AI เพราะว่าเขาไม่เข้าใจประโยชน์ของเทคโนโลยีนี้ที่จะทำให้มนุษย์มีความเฉลียวฉลาดขึ้น และมันเป็นความจริงที่ว่า AI และ machine learning จะเป็นรากฐานที่ดีสำหรับมนุษยชาติ

ประเด็นการใช้งาน AI ในทางที่ผิด Eric กล่าวว่า Elon Musk กังวลเรื่องการใช้ AI ในทางที่ผิด ผมก็กังวลเช่นกัน แต่ปัจจุบันนี้ประโยชน์ของมันมีมากเกินกว่าที่จะมาคิดในแง่ลบ

Eric กล่าวในเชิงเปรียบเทียบว่า AI ก็เหมือนคอมพิวเตอร์ในสมัยก่อนเรามองว่าคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องเข้าใจยาก ใช้ยาก 20 ปีต่อมา จากคอมพิวเตอร์ก็นำมาสู่ iphone หรือ android phones ในยุคปัจจุบัน เราผ่านจากสิ่งที่ยากมากมาสู่ความเข้าใจ และนำมาสู่การนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไป ซึ่ง AI ก็จะเป็นไปทำนองนี้เช่นกัน และ AI ก็จะเหมือนกับคอมพิวเตอร์ ที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในสังคมมนุษย์

 

 

news.healthcareguys.com

Eric กล่าวว่า AI เป็นจะเป็นผู้ให้คำแนะนำแก่มนุษย์เมื่อเผชิญกับปัญหา  AI ไม่ได้มาแทนที่มนุษย์ แต่มันจะทำให้มนุษย์มีความฉลาดขึ้น

Eric มีความเห็นต่างในเรื่องที่คนส่วนใหญ่ต่างวิตกกังวลกันว่า AI จะมาแย่งงานของมนุษย์ในอนาคต Eric มีความเห็นในทางตรงกันข้ามนั่นคือ เขาเชื่อว่าการเข้ามาของ AI จะทำให้เกิดงานสำหรับมนุษย์มากขึ้น

งานบางงานไม่มีวันถูกแทนที่โดย AI มีงานบางงานที่มนุษย์ไม่สามารถทำเองได้ซึ่งต้องอาศัย AI มาช่วย การนำ AI มาทำงานร่วมกับคน และ AI จะทำให้คนฉลาดขึ้น เมื่อคนฉลาดขึ้น ค่าแรงก็จะขึ้นตาม และจะทำให้เกิดงานมากขึ้น

Eric กล่าวว่า AI จะมาแทนที่งานบางส่วนที่เป็นงานประจำ แต่งานส่วนใหญ่ของมนุษย์ไม่สามารถถูกแทนที่โดย AI

 

 

Linkin Park – One More Light & Crawling (Live-2017 Monza)

 

You were saying goodbye to everybody. They just did not know.

You saved many lives from committing suicide. We were sorry we could not help you like the way you helped us when we had dark times.

R.I.P Rock legend.  Miss you.  Love you.  Chester!