Newsletter subscribe
Archive

กำเนิดและวิวัฒนาการของจักรวาล#29 ระบบสุริยะ

Posted: 09/04/2021 at 16:18   /   Origin and Evolution of The Universe, Universe

ระบบสุริยะที่เราเรียกว่าบ้านตั้งอยู่ในแขนก้นหอยด้านนอกของกาแล็กซี่ทางช้างเผือก (Milky Way galaxy) ระบบสุริยะของเราประกอบด้วยดวงอาทิตย์และวัตถุอื่นๆ ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์เนื่องจากแรงโน้มถ่วง เช่น ดาวเคราะห์ (planets) ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน ดวงจันทร์ (moon) ดาวเคราะห์แคระ (dwarf planets) เช่น ดาวพลูโต  และดาวเคราะห์น้อย (asteroids) ดาวหาง (comets) และดาวตก (meteoroids)     Sofia Carson – Fool’s Gold     กำเนิดดวงอาทิตย์ นักวิทยาศาสตร์ใช้กล้องโทรทรรศน์อินฟราเรดตรวจสอบกลุ่มเมฆจำนวนมากในกาแล็กซีทางช้างเผือก ซึ่งเผยให้เห็นสภาพแวดล้อมในการเกิดของดาวดวงอื่น นักวิทยาศาสตร์ได้นำสิ่งที่พวกเขาเห็นในระบบอื่นมาใช้กับระบบสุริยะของเรา จากการศึกษาหลายสิ่งหลายอย่างส่วนใหญ่เป็นอุกกาบาต (meteorites) และใช้เทคนิคการหาอายุจากสารกัมมันตรังสี (radioactive dating techniques) นักวิทยาศาสตร์ได้ระบุว่าระบบสุริยะก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 4.6 ​​พันล้านปี ระบบสุริยะของเราก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 4.6 พันล้านปี กลุ่มก๊าซและฝุ่นระหว่างดวงดาวที่มีความหนาแน่นมหาศาลทำให้เกิดเมฆโมเลกุลที่เรียกว่า […]

No Comments read more

เมื่อฉันสมัครเข้าร่วมพรรคประชาธิปัตย์

Posted: 02/04/2021 at 10:02   /   For Thailand, การเมือง

เมื่อวานฉันได้อ่านข่าวพรรคประชาธิปัตย์ เปิดพรรครับสมัครบุคคลที่สนใจเข้าร่วมพรรคทางออนไลน์ เพื่อคัดส่งสมัคร ส.ส  วันนี้ฉันไม่รอช้า รีบสมัครทางออนไลน์ แจ้งความประสงค์ต้องการสมัครเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ ของพรรค เป็นความใฝ่ฝันของฉันที่อยากจะเข้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นพรรคเดียวที่คงอยู่ยืนยาวนานคู่การเมืองไทย เป็นพรรคที่อยู่ด้วยอุดมการณ์ และฉันก็เป็นคนใต้ ฉันเป็นนักเขียนโนเนมที่ไม่มีใครรู้จัก แม้นว่าจะมีความเป็นไปได้เพียง 1% ในการถูกคัดเลือกเข้าร่วมพรรคในนาม ส.ส บัญชีรายชื่อ ฉันก็จะมี High hope ในความเป็นไปได้ 1% นั้น และถ้าฉันผิดหวัง ฉันจะไม่เลิกหวัง ฉันจะพยายามเขียนบทความให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้ เพื่อว่าวันหนึ่งในอนาคต ฉันจะกลายเป็นนักเขียนที่มีคนรู้จัก ความเป็นไปได้ในการเข้าเป็นนักการเมืองของฉันจะได้ไม่เป็น 1% เหมือนวันนี้ ฉันต้องมี High hope. Don’t Give up ใช่มั้ย มิตรรักแฟนเพลงของฉัน!     Sam Smith – Writing’s On The Wall (from Spectre)    

No Comments read more

แม่น้ำเจ้าพระยา หนทางแก้อีสานแล้ง#7 “TAP” โครงการลำเลียงน้ำแห่งชีวิตเพื่อชาวแอฟริกัน

Posted: 30/03/2021 at 12:05   /   For Thailand, เจ้าพระยา

น้ำคือชีวิต น้ำที่สะอาดปลอดภัยมีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ แต่สำหรับผู้คนกว่า 750 ล้านคน น้ำสะอาดเป็นเพียงความฝัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคซาเฮล (Sahel) ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ที่ภัยแล้งอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดโรคและความตายที่เกี่ยวข้องกับน้ำ การสูญเสียพื้นที่การเกษตรไปสู่การเป็นทะเลทราย การขาดน้ำที่สะอาดปลอดภัยเป็นอุปสรรคเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อการอยู่รอดและการพัฒนาของมนุษย์ในซาเฮล   ภูมิภาคซาเฮล (Sahel) เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ยากจนที่สุดของโลก เป็นเขตกันชนระหว่างทะเลทรายซาฮาราทางตอนเหนือและทุ่งหญ้าสะวันนาซูดานไปทางใต้ ที่ประกอบด้วยประเทศสมาชิกทั้งหมด 11 ประเทศ เป็นพื้นที่แห้งแล้งของแอฟริกาตอนเหนือ ที่ทอดยาวจากประเทศมอริเตเนียและเซเนกัลทางด้านตะวันตกบนมหาสมุทรแอตแลนติก ไปยังประเทศเอริเทรียและเอธิโอเปียทางด้านตะวันออกบนชายฝั่งของทะเลแดง ครอบคลุมพื้นที่ 3 ล้าน ตร.กม. เป็นภูมิภาคที่มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีเพียง 250-500 มิลลิเมตร จึงทำให้พื้นที่นี้ประสบกับความแห้งแล้งและขาดแคลนน้ำและอาหารอย่างหนัก  น้ำเป็นปัจจัยเดียวที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้คนหลายล้านคนมีชีวิตรอด มีความพยายามหลายอย่างที่ดำเนินการโดยหลายองค์กรเพื่อบรรเทาความแห้งแล้งตลอดกาลที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวซาเฮล หลายสิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการขุดบ่อน้ำสำหรับแต่ละหมู่บ้าน การจัดหาวิธีการกรองน้ำ และแม้กระทั่งการจัดหาน้ำสะอาดโดยรถบรรทุกเป็นประจำทุกวัน ความพยายามทั้งหมดนี้ช่วยเหลือพื้นที่หรือหมู่บ้านแต่ละแห่ง และหลายแห่งประสบความสำเร็จในช่วงเวลาที่ต่างกัน น่าเสียดายที่ในที่สุด ความพยายามทั้งหมดเหล่านี้ก็ไม่ได้ผลหรือหยุดชะงักลงด้วยการปนเปื้อนของน้ำ การขาดการฝึกอบรม และแม้แต่การระบายน้ำทิ้งในพื้นที่ เมื่อถึงจุดนั้นชาวบ้านในท้องถิ่นซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นผู้หญิงและเด็กผู้หญิงต้องกลับไปทำงานแบกน้ำเป็นเวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวัน บางครั้งเป็นระยะทางไกล ทำให้โอกาสในการศึกษา การทำงานลดลง และส่งผลเสียอย่างมากต่อการผลิตอาหาร การจัดหาน้ำจืดอย่างยั่งยืนเป็นองค์ประกอบพื้นฐานสำหรับประเทศเหล่านี้ในการพัฒนาเศรษฐกิจ เมื่อสุขภาพของประชากรดีขึ้น และจำนวนฟาร์มของครอบครัวเพิ่มขึ้น การเพาะปลูกและการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารจะลดความยากจนได้ในที่สุด     Trans Africa […]

No Comments read more

ประวัติย่อของกาลเวลา (A Brief History Of Time) โดย สตีเฟน ฮอว์คิง#24 บทที่ 3 จักรวาลที่กำลังขยายตัว : Big Bang และ Singularity

Posted: 27/03/2021 at 11:50   /   A Brief History of Time, Universe

ในปี 1963 นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย Evgenii Lifshitz และ Isaac Khalatnikov พยายามที่จะล้มทฤษฎีบิกแบงซึ่งมีจุดเริ่มต้นของเวลา พวกเขาเสนอว่าบิกแบงอาจเป็นลักษณะเฉพาะของแบบจำลองของฟรีดมันน์ (Friedmann) เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นเพียงการประมาณการของจักรวาลที่แท้จริงเท่านั้น บางทีในบรรดาแบบจำลองทั้งหมดที่คล้ายกับจักรวาลจริง มีเพียงแบบจำลองของ Friedmann เท่านั้นที่มี singularity ตามแบบจำลองของ Friedmann กาแล็กซี่ทั้งหมดเคยอยู่ที่เดียวกัน และต่อมาได้เคลื่อนที่ออกจากกันโดยตรง นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียแย้งว่า กาแล็กซี่ในจักรวาลไม่เพียงเคลื่อนที่ออกจากกันโดยตรง แต่ยังมีความเร็วด้านข้างเล็กน้อย ดังนั้นในความเป็นจริงพวกมันไม่เคยอยู่ในสถานที่เดียวกันมาก่อน (พวกเขาโต้แย้งว่าจักรวาลไม่ได้เริ่มต้นมาจากจุด singularity – ผู้เขียน) เพียงอยู่ใกล้ๆ กันในตอนเริ่มต้นเท่านั้น บางทีจักรวาลที่กำลังขยายตัวในปัจจุบันไม่ได้มาจาก singularity แต่มาจากช่วงการหดตัวก่อนหน้านี้ในขณะที่จักรวาลถล่ม อนุภาคในนั้นอาจไม่ได้ชนกันทั้งหมด แต่ได้เคลื่อนที่ผ่านมาแล้วก็ห่างจากกัน ทำให้เกิดการขยายตัวของจักรวาลในปัจจุบัน (สรุป: นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีบิกแบงที่ว่าจักรวาลเริ่มมาจากการระเบิดบิกแบงของจุด singularity – ผู้เขียน) แล้วเราจะบอกได้อย่างไรว่าจักรวาลที่แท้จริงควรเริ่มต้นด้วยการระเบิดบิกแบงหรือไม่? สิ่งที่ Lifshitz และ Khalatnikov ทำคือศึกษาแบบจำลองของจักรวาลที่คล้ายกับแบบจำลองของ Friedmann แต่คำนึงถึงความผิดปกติและความเร็วแบบ random ของกาแล็กซี่ในจักรวาลจริง พวกเขาแสดงให้เห็นว่าแบบจำลองดังกล่าวสามารถเริ่มต้นด้วยบิกแบง แม้ว่ากาแล็กซี่จะไม่เคลื่อนที่ออกจากกันโดยตรง แต่พวกเขาอ้างว่าสิ่งนี้ยังคงเป็นไปได้เฉพาะในแบบจำลองพิเศษบางแบบที่กาแล็กซี่ทั้งหมดเคลื่อนที่ด้วยวิธีการที่เหมาะสม […]

No Comments read more

กำเนิดและวิวัฒนาการของจักรวาล#28 การกำเนิดและวงจรชีวิตของดาวฤกษ์

Posted: 25/03/2021 at 10:21   /   Origin and Evolution of The Universe, Universe

วงจรชีวิตของดวงดาว นักวิทยาศาสตร์พูดถึงวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ เมื่อพูดถึงการกำเนิดชีวิตและการตายของดวงดาว อายุของดาวฤกษ์แต่ละดวงนั้นยาวนานเกินกว่าที่มนุษย์จะสังเกตเห็นวิวัฒนาการของดาวดวงเดียวได้ นักวิทยาศาสตร์ศึกษาวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ได้อย่างไร? สิ่งนี้เป็นไปได้ เนื่องจากมีดาวจำนวนมากในกาแล็กซี่ของเรา ดังนั้นเราจึงสามารถเห็นพวกมันจำนวนมากในช่วงต่างๆ ของชีวิต ด้วยวิธีนี้นักดาราศาสตร์สามารถสร้างภาพรวมของกระบวนการวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ได้ ในบทความนี้จะอธิบายว่าดวงดาวเกิดมาอย่างไร? วิวัฒนาการอย่างไร? และตายอย่างไร?   ขั้นตอนที่ 1: เนบิวลา สถานที่กำเนิดดวงดาว ภาพแสดงเนบิวลาชนิดต่างๆ เนบิวลา (Nebula) เป็นกลุ่มเมฆฝุ่นและก๊าซขนาดมหึมาที่ครอบครองพื้นที่ว่างระหว่างดวงดาว เมื่อเราใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องดู จะเห็นเป็นก้อนหมอกเมฆขนาดใหญ่ที่เปร่งแสงสีสวยงามที่ปะปนอยู่ในกลุ่มดวงดาว องค์ประกอบหลักของเนบิวลาคือก๊าซไฮโดรเจน เนบิวลาส่วนใหญ่มีขนาดกว้างใหญ่ บางชนิดมีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายร้อยปีแสง   เนบิวลามีกลไกการก่อตัวที่หลากหลาย เนบิวลาบางชนิดก่อตัวจากก๊าซที่มีอยู่แล้วในตัวกลางระหว่างดวงดาว เนบิวลาบางชนิดมาจากก๊าซและฝุ่นละอองที่เกิดจากการระเบิดของดาวฤกษ์ที่กำลังจะตายที่เรียกว่า ซูเปอร์โนวา (Supernova) เนบิวล่าอื่นๆ เป็นบริเวณที่ดาวดวงใหม่เริ่มก่อตัว ด้วยเหตุนี้เนบิวล่าบางชนิดจึงถูกเรียกว่า “สถานอนุบาลดวงดาว”   open.edu เนบิวล่าประกอบด้วยฝุ่นและก๊าซซึ่งส่วนใหญ่เป็นไฮโดรเจน ฝุ่นและก๊าซในเนบิวลากระจายออกไปเป็นบริเวณกว้าง แต่แรงโน้มถ่วงสามารถดึงกลุ่มฝุ่นและก๊าซเข้าด้วยกันได้อย่างช้าๆ เมื่อกระจุกเหล่านี้มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แรงโน้มถ่วงของมันก็จะแข็งแกร่งขึ้น ในที่สุดกลุ่มฝุ่นและก๊าซก็มีขนาดใหญ่มากจนยุบตัวลงภายใต้แรงโน้มถ่วงของมันเอง การยุบตัวทำให้วัตถุที่อยู่ใจกลางมีความหนาแน่นและร้อนขึ้น แกนกลางที่ร้อนนี้เรียกว่า โปรโตสตาร์ (Protostar) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของดวงดาว หากมีก๊าซเพียงเล็กน้อยอยู่รอบๆ ก็จะมีเพียงดาวฤกษ์เล็กๆ เท่านั้นที่ก่อตัวขึ้น (เช่นดวงอาทิตย์) หากมีก๊าซจำนวนมาก ดาวฤกษ์มวลมากจะก่อตัวขึ้น และเศษที่เหลือจะสร้างดาวเคราะห์และวัตถุอื่นๆ […]

No Comments read more

ทางเลือกในการกำจัดวัชพืชโดยไม่ใช้สารเคมี#4 การควบคุมวัชพืชด้วยวิธีชีวภาพ (Biological Weed Control)

Posted: 22/03/2021 at 11:17   /   Agriculture, ทางเลือกในการกำจัดวัชพืช

การควบคุมวัชพืชโดยวิธีทางชีวภาพ (Biological weed control) เป็นการใช้สิ่งมีชีวิตที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติของวัชพืชเพื่อควบคุมการงอกของเมล็ดวัชพืช ยับยั้งการเจริญเติบโตหรือการแพร่กระจายของวัชพืช ซึ่งจะลดความหนาแน่นของวัชพืชให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เป็นการลดความสามารถในการแข่งขันกับพืชปลูก ตัวอย่างของศัตรูตามธรรมชาติของวัชพืชได้แก่ สัตว์กินหญ้า แมลง ไส้เดือนฝอย ไร เชื้อโรคพืช (รา แบคทีเรีย ไวรัส) วิธีการควบคุมทางชีวภาพไม่สามารถกำจัดวัชพืชได้ทั้งหมด แต่สามารถลดจำนวนประชากรวัชพืชได้ และไม่สามารถควบคุมวัชพืชได้ทุกชนิด วิธีนี้ดีที่สุดสำหรับวัชพืชที่เป็นเป้าหมาย มีประสิทธิภาพมากในการควบคุมวัชพืชในพื้นที่ที่ไม่มีการตัด เป็นเทคนิคการจัดการที่ประหยัดยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม     Caroline Jones – Rise     การควบคุมวัชพืชทางชีวภาพที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปมีอยู่ 2 ประเภท: (1) การควบคุมวัชพืชทางชีวภาพแบบคลาสสิก (Classical biological weed control) การควบคุมวัชพืชทางชีววิทยาแบบคลาสสิก เป็น “การนำเข้าศัตรูธรรมชาติจากแหล่งกำเนิดอื่น” มายังพื้นที่ที่วัชพืชบุกรุกเพื่อลดการระบาดของวัชพืช เป็นรูปแบบการควบคุมทางชีวภาพที่โดดเด่นเหมาะสำหรับการใช้งานบนพื้นที่หลายพันถึงล้านเอเคอร์ และเป็นเทคนิคที่ใช้กันมากที่สุดและส่วนใหญ่ดำเนินการโดยรัฐบาลเพื่อสาธารณประโยชน์ แมลงมักถูกนำไปใช้ในการควบคุมวัชพืชทางชีวภาพ ตัวอย่างที่มีชื่อเสียงที่สุดของการควบคุมวัชพืชโดยวิธีคลาสสิก ได้แก่ การใช้มอดกระบองเพชร “Cactoblastis cactorum” ซึ่งนำเข้าจากอเมริกา เพื่อควบคุมต้นกระบองเพชร prickly pear […]

No Comments read more

ทางเลือกในการกำจัดวัชพืชโดยไม่ใช้สารเคมี#3 การควบคุมวัชพืชด้วยวิธีกล (Mechanical Weed Control)

Posted: 18/03/2021 at 12:19   /   Agriculture, ทางเลือกในการกำจัดวัชพืช

การควบคุมวัชพืชด้วยวิธีกล (Mechanical Weed Control) การควบคุมวัชพืชด้วยวิธีกลหมายถึงเทคนิคใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้อุปกรณ์ในฟาร์มเพื่อควบคุมวัชพืช เกษตรกรใช้วิธีนี้เพื่อควบคุมวัชพืชมานานหลายศตวรรษ เครื่องมือกำจัดวัชพืชด้วยวิธีกลมีตั้งแต่เครื่องมือช่างขั้นพื้นฐานไปจนถึงอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยรถแทรกเตอร์เช่น จอบ คราด เครื่องตัดหญ้า รถไถ การเลือกวิธีการกำจัดวัชพืชด้วยวิธีกลขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานจริง เช่น การปลูกพืช ชนิดของดิน ต้นทุน การดำเนินงาน และความต้องการแรงงาน ในฟาร์มขนาดเล็กหรือมีกำลังงานเพียงพอ การกำจัดวัชพืชด้วยมือยังคงมีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพืชปลูกที่มีมูลค่าสูง แต่ในฟาร์มขนาดใหญ่ที่แรงงานมีราคาแพงและมีจำนวนจำกัด ต้องมีการนำเครื่องจักรมาใช้ การควบคุมวัชพืชด้วยวิธีกลเหมาะสำหรับการกำจัดวัชพืชระหว่างแถว สามารถใช้เครื่องจักรเพื่อฆ่าวัชพืชได้โดยการฝัง ตัด หรือถอนราก และจำเป็นต้องมีการดำเนินการซ้ำๆ เพื่อการควบคุมวัชพืชอย่างมีประสิทธิภาพ   การดึงด้วยมือ (Hand Pulling) angelusnews.com เครื่องมือกำจัดวัชพืชที่ง่ายและสะดวกที่สุดคือมือของคุณ การกำจัดวัชพืชด้วยมือถือเป็นรูปแบบการจัดการวัชพืชทางการเกษตรที่เก่าแก่ที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ข้อดีบางประการของการดึง ได้แก่ เทคนิคนี้มีผลกระทบเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีผลต่อพืชที่อยู่โดยรอบ ผลกระทบต่อระบบนิเวศมีเพียงเล็กน้อย และต้นทุนต่ำ อย่างไรก็ตามอาจเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ ใช้แรงงานมาก และใช้เวลานาน ทำให้เป็นวิธีที่ใช้ได้เฉพาะในพื้นที่ที่ค่อนข้างเล็กเท่านั้น การดึงด้วยมือมีจุดมุ่งหมายเพื่อกำจัดวัชพืชทั้งหมดรวมทั้งรากออกจากดิน สามารถใช้เพื่อควบคุมต้นกล้า พุ่มไม้ และไม้ล้มลุกบางชนิด วัชพืชหลายชนิดสามารถแตกหน่อใหม่ได้จากส่วนของรากที่เหลืออยู่ในดิน ดังนั้นประสิทธิภาพของวิธีนี้จึงขึ้นอยู่กับการกำจัดระบบรากให้ได้มากที่สุด วิธีนี้อาจใช้ไม่ได้กับวัชพืชยืนต้นเนื่องจากความยากลำบากในการกำจัดระบบรากและชิ้นส่วนพืชยืนต้นทั้งหมด ควรดึงวัชพืชด้วยมือหลังฝนตกเมื่อดินชื้น ควรสวมถุงมือที่แข็งแรงเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการทิ่มแทงแผลพุพองหรือแผลไหม้ที่ผิวหนัง   การตัดหญ้า […]

No Comments read more

ทางเลือกในการกำจัดวัชพืชโดยไม่ใช้สารเคมี#2 การควบคุมวัชพืชโดยวิธีเขตกรรม (Cultural Weed Control)

Posted: 12/03/2021 at 10:27   /   Agriculture, ทางเลือกในการกำจัดวัชพืช

การควบคุมวัชพืชโดยวิธีเขตกรรม (Cultural Weed Control) การควบคุมวัชพืชโดยวิธีเขตกรรมเป็นวิธีการสมัยโบราณซึ่งชาวไร่ชาวสวนทั่วๆ ไปปฏิบัติ คือการปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพื่อให้พืชเจริญเติบโต สมบูรณ์แข็งแรง และคลุมพื้นที่ได้เร็ว มีความได้เปรียบในการแก่งแย่งแข่งขันกับวัชพืช โดยใช้วิธีการและปัจจัยในการปลูกพืชอย่างถูกต้อง วิธีนี้มีหลายอย่างได้แก่   การปลูกพืชหมุนเวียน (Crop rotation) eos.com การปลูกพืชหมุนเวียนคือ การปลูกพืชต่างชนิดกันบนพื้นที่เดียวกันหมุนเวียนกันไป ซึ่งการปลูกพืชหมุนเวียนที่หลากหลายเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงดิน และทำลายวงจรของศัตรูพืชและวัชพืช การปลูกหมุนเวียนเป็นวิธีการเพาะปลูกที่สลับหมุนเวียนกันไปมาระหว่างพืชผลที่ปลูกในฤดูกาลต่างๆ ในปีหนึ่งๆ ไม่ปลูกพืชชนิดเดียวต่อเนื่องกันไป เช่น ปลูกพืชตระกูลถั่วสลับกับพืชไร่  พืชแต่ละชนิดต้องการธาตุอาหารที่แตกต่างกันและสร้างธาตุอาหารที่ต่างกัน ดังนั้นการปลูกพืชหมุนเวียนเป็นการรักษาธาตุอาหารในดินให้สมดุล  การปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ปลูกพืชชนิดเดียวกันในไร่เดียวกันปีแล้วปีเล่า ส่งผลให้เกิดการสะสมของพันธุ์วัชพืชที่ปรับให้เข้ากับสภาพการเจริญเติบโตของพืช เมื่อมีการปลูกพืชหมุนเวียนที่มีความหลากหลาย การงอกของวัชพืชและวัฏจักรการเจริญเติบโตของมันจะหยุดชะงัก ความหนาแน่นของประชากรวัชพืชจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด การปลูกพืชหมุนเวียนเป็นกลยุทธ์สำคัญในการควบคุมวัชพืชในระยะยาว   การแข่งขันระหว่างพืชปลูกกับวัชพืช (Crop-weed competition) youtube.com วัชพืชเมื่อขึ้นอยู่ร่วมกับพืชปลูก จะเกิดการแก่งแย่งทรัพยากรต่างๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช เช่น น้ำ สารอาหาร แสงแดด พื้นที่ ทำให้พืชปลูกไม่สามารถใช้ทรัพยากรนั้นๆ ได้อย่างเต็มที่ การแข่งขันจากวัชพืชเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในบรรดาปัจจัยทางชีวภาพที่ทำให้ผลผลิตพืชผลทางการเกษตรลดลง โดยทั่วไปการเติบโตของวัชพืชที่เพิ่มขึ้นหนึ่งกิโลกรัมจะทำให้การเติบโตของพืชลดลงหนึ่งกิโลกรัม แนวทางปฏิบัติที่ช่วยให้พืชผลของคุณชนะสงครามกับวัชพืช โดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับพวกมัน (1) สร้างพืชปลูกก่อนวัชพืชเป็นแนวทางปฏิบัติที่สำคัญที่สุดในการควบคุมวัชพืช […]

No Comments read more

ทางเลือกในการกำจัดวัชพืชโดยไม่ใช้สารเคมี#1 การควบคุมวัชพืชด้วยความร้อน (Thermal Weed Control)

Posted: 06/03/2021 at 09:07   /   Agriculture, ทางเลือกในการกำจัดวัชพืช

การควบคุมวัชพืชด้วยความร้อน (Thermal Weed Control) การควบคุมวัชพืชด้วยความร้อนไม่ได้หมายถึงการเผาวัชพืชให้เป็นเถ้า เพียงแค่ให้ความร้อนแก่วัชพืชถึง 70ºC ประมาณหนึ่งวินาที ที่อุณหภูมินี้เซลล์พืชจะแตกออกและโปรตีนของพืชจะถูกทำลาย จากนั้นวัชพืชก็เหี่ยวเฉาและตาย เวลาที่เหมาะสมสำหรับการควบคุมวัชพืชด้วยความร้อนคือในช่วงแรกของการเจริญเติบโต การควบคุมวัชพืชด้วยความร้อนมีเพียงวัชพืชเท่านั้นที่ถูกทำลาย  การควบคุมวัชพืชด้วยความร้อนส่วนใหญ่มีผลต่อส่วนที่อยู่เหนือพื้นดินของพืช แต่วัชพืชบางชนิด (เช่นวัชพืชยืนต้น) อาจงอกขึ้นมาใหม่ จำเป็นต้องใช้การควบคุมวัชพืชด้วยความร้อนซ้ำๆ การกำจัดวัชพืชด้วยความร้อนได้แก่ เปลวไฟ ไอน้ำ โฟมร้อน และน้ำร้อน   เปลวไฟ (Flame) การกำจัดวัชพืชด้วยไฟเป็นการใช้เปลวไฟเพื่อฆ่าหรือทำลายวัชพืช เครื่องเผาวัชพืชหรือเครื่องพ่นไฟเป็นเครื่องเป่าลมที่ดัดแปลงมาเพื่อส่งเปลวไฟไปยังระดับพื้นดิน โดยทั่วไปใช้โพรเพนเป็นเชื้อเพลิง ทันทีที่พืชสัมผัสกับเปลวไฟ เซลล์ของพืชจะแตกออกและพืชก็ตายอย่างรวดเร็ว การกำจัดวัชพืชด้วยเปลวไฟมีประสิทธิภาพในการกำจัดวัชพืชใบกว้างและวัชพืชที่มีลักษณะคล้ายหญ้า แม้ว่าการเผาจะไม่สามารถฆ่าวัชพืชยืนต้นได้ในครั้งเดียว แต่การเผาซ้ำสามารถใช้เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตและทำให้คาร์โบไฮเดรตสำรองของวัชพืชที่เป็นไม้ยืนต้นหมดไป ข้อดี ควบคุมวัชพืชได้หลากหลาย ควบคุมวัชพืชที่ทนต่อสารกำจัดวัชพืช การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในดินมีเพียงเล็กน้อย ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อจุลินทรีย์ในดิน ก๊าซที่เผาไหม้ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อน้ำหรือดิน หรือเสี่ยงต่อการเกิดละอองลอย ไม่มีการผลิตก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของฝนกรด ข้อเสีย การเผาไม่ได้แยกความแตกต่างระหว่างวัชพืชและพืชที่ต้องการ อันตรายจากไฟไหม้ ห้ามใช้ในบริเวณที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ ความต้องการพลังงานสูง   ไอน้ำ (Steam)     การกำจัดวัชพืชด้วยไอน้ำเป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการจัดการวัชพืช เป็นเทคนิคการสัมผัสทางใบซึ่งใช้อุณหภูมิประมาณ […]

No Comments read more

เนรคุณ

Posted: 02/03/2021 at 12:41   /   Featured

ภาพนี้เป็นภาพการกระทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วาดโดยผู้ต้องการโอกาสกลับคืนเป็นคนดีของสังคม พวกเขาวาดด้วยความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่เสียสละพระชนม์ชีพกู้ชาติบ้านเมือง ให้ลูกหลานไทยได้มีแผ่นดินอยู่ จิตใจของพวกเขาประเสริฐกว่าผู้ที่คิดล้มล้างสถาบันกษัตริย์ เนรคุณต่อพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 พ่อของแผ่นดิน     OneRepublic – Something I Need      

No Comments read more