Newsletter subscribe
Agriculture

ทางเลือกในการกำจัดวัชพืช#1 การควบคุมวัชพืชด้วยความร้อน

Posted: 06/03/2021 at 09:07   /   Agriculture, ทางเลือกในการกำจัดวัชพืช

การควบคุมวัชพืชด้วยความร้อน (Thermal Weed Control) การควบคุมวัชพืชด้วยความร้อนไม่ได้หมายถึงการเผาวัชพืชให้เป็นเถ้า เพียงแค่ให้ความร้อนแก่วัชพืชถึง 70ºC ประมาณหนึ่งวินาที ที่อุณหภูมินี้เซลล์พืชจะแตกออกและโปรตีนของพืชจะถูกทำลาย จากนั้นวัชพืชก็เหี่ยวเฉาและตาย เวลาที่เหมาะสมสำหรับการควบคุมวัชพืชด้วยความร้อนคือในช่วงแรกของการเจริญเติบโต การควบคุมวัชพืชด้วยความร้อนมีเพียงวัชพืชเท่านั้นที่ถูกทำลาย  การควบคุมวัชพืชด้วยความร้อนส่วนใหญ่มีผลต่อส่วนที่อยู่เหนือพื้นดินของพืช แต่วัชพืชบางชนิด (เช่นวัชพืชยืนต้น) อาจงอกขึ้นมาใหม่ จำเป็นต้องใช้การควบคุมวัชพืชด้วยความร้อนซ้ำๆ การกำจัดวัชพืชด้วยความร้อนได้แก่ เปลวไฟ ไอน้ำ โฟมร้อน และน้ำร้อน   เปลวไฟ (Flame) การกำจัดวัชพืชด้วยไฟเป็นการใช้เปลวไฟเพื่อฆ่าหรือทำลายวัชพืช เครื่องเผาวัชพืชหรือเครื่องพ่นไฟเป็นเครื่องเป่าลมที่ดัดแปลงมาเพื่อส่งเปลวไฟไปยังระดับพื้นดิน โดยทั่วไปใช้โพรเพนเป็นเชื้อเพลิง ทันทีที่พืชสัมผัสกับเปลวไฟ เซลล์ของพืชจะแตกออกและพืชก็ตายอย่างรวดเร็ว การกำจัดวัชพืชด้วยเปลวไฟมีประสิทธิภาพในการกำจัดวัชพืชใบกว้างและวัชพืชที่มีลักษณะคล้ายหญ้า แม้ว่าการเผาจะไม่สามารถฆ่าวัชพืชยืนต้นได้ในครั้งเดียว แต่การเผาซ้ำสามารถใช้เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตและทำให้คาร์โบไฮเดรตสำรองของวัชพืชที่เป็นไม้ยืนต้นหมดไป ข้อดี ควบคุมวัชพืชได้หลากหลาย ควบคุมวัชพืชที่ทนต่อสารกำจัดวัชพืช การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในดินมีเพียงเล็กน้อย ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อจุลินทรีย์ในดิน ก๊าซที่เผาไหม้ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อน้ำหรือดิน หรือเสี่ยงต่อการเกิดละอองลอย ไม่มีการผลิตก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของฝนกรด ข้อเสีย การเผาไม่ได้แยกความแตกต่างระหว่างวัชพืชและพืชที่ต้องการ อันตรายจากไฟไหม้ ห้ามใช้ในบริเวณที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ ความต้องการพลังงานสูง   ไอน้ำ (Steam)     การกำจัดวัชพืชด้วยไอน้ำเป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการจัดการวัชพืช เป็นเทคนิคการสัมผัสทางใบซึ่งใช้อุณหภูมิประมาณ […]

No Comments read more

พืชดัดแปลงพันธุกรรม (GM Crops)#5 ถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรม

Posted: 15/12/2020 at 14:47   /   Agriculture, พืชจีเอ็ม

สิ่งมีชีวิตที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรมเกิดขึ้นโดยใช้วิธีการทางเทคโนโลยีขั้นสูงในการแทรกยีนหนึ่งหรือหลายยีนจากสิ่งมีชีวิตหนึ่งชนิด (พืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์) ไปยังสิ่งมีชีวิตอื่น (ในกรณีนี้ถั่วเหลือง) ในพืชดัดแปลงพันธุกรรมหรือพืชจีเอ็ม (Genetically modified crops; GM crops) ยีนที่แทรกมักจะเป็นยีนที่ต้านทานสารกำจัดวัชพืชหรือต้านทานศัตรูพืช ดังนั้นจากการโฆษณาทางการตลาดระบุว่าเกษตรกรสามารถใช้สารกำจัดวัชพืชหรือยาฆ่าแมลงน้อยลง เป็นการประหยัดต้นทุนและลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ส่งเสริมพืชจีเอ็มอ้างว่าเทคโนโลยีนี้ปลอดภัยอย่างสิ้นเชิง – ปลอดภัยสำหรับการบริโภคและปลอดภัยต่อโลก ถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรมหรือถั่วเหลืองจีเอ็ม (Genetically modified soybean; GM soybean) คือถั่วเหลืองที่ได้รับการดัดแปลงหรือตัดแต่งพันธุกรรมด้วยวิธีการทางพันธุวิศวกรรม (genetic engineering) ในห้องทดลอง มอนซานโต (Monsanto) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตรข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ผลิต Roundup สารกำจัดวัชพืชที่มีส่วนผสมของไกลโฟเสต Monsanto ยังเป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในปี 1996 Monsanto ได้เปิดตัวถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรมที่ทนต่อไกลโฟเสต “Roundup Ready (พันธุ์แรกมีชื่อว่า GTS 40-3-2)” สู่ตลาดสหรัฐอเมริกา ในช่วงไม่กี่ปีหลังจากนั้น Roundup Ready ฝ้าย ข้าวโพด และพืชอื่นๆ ก็เปิดตัวเช่นกัน    แม้ว่าราคาพืชผลจะต่ำกว่า […]

No Comments read more

ระบบเกษตรพันธสัญญาในประเทศไทย (Contract Farming)

Posted: 10/11/2020 at 22:30   /   Agriculture, เกษตรไทย

เกษตรพันธสัญญาคืออะไร  เกษตรพันธสัญญา หรือ คอนแทรคฟาร์มมิ่ง (Contract Farming) คือ ระบบการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ หรือการเพาะปลูกพืช ที่มีการทำสัญญาหรือข้อตกลงก่อนการผลิตระหว่างเกษตกรกับผู้ซื้อ ซึ่งกำหนดเงื่อนไขสำหรับการผลิตและการตลาดของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เงื่อนไขเหล่านี้มักจะระบุราคารับซื้อผลผลิตจากเกษตรที่ตกลงกันตั้งแต่ต้น ที่เรียกว่า “ราคาประกัน” ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงได้ก็ต่อเมื่อครบกำหนดสัญญา เกษตรกรตกลงที่จะให้ปริมาณและคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรตามที่ตกลงกันในสัญญา และส่งมอบตามเวลาที่ผู้ซื้อกำหนด โดยทั่วไปเกษตรกรตกลงที่จะทำตามคำแนะนำของผู้รับซื้อในด้านวิธีการผลิต การใช้ปัจจัยการผลิต และการเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพที่ผู้ซื้อต้องการ ส่วนผู้ซื้อจะสนับสนุนการผลิตของเกษตรกร เช่น หาแหล่งเงินทุนให้เกษตรกร จัดหาปัจจัยการผลิตได้แก่ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ให้เทคโนโลยีการเกษตร และให้คำแนะนำด้านการผลิต ตลอดจนหาตลาดเพื่อกระจายผลผลิตให้เกษตรกร แนวคิดพื้นฐานของระบบเกษตรพันธสัญญาเชื่อว่าทั้งผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรกับเกษตรจะได้ผลประโยชน์ร่วมกัน   สาเหตุที่ต้องมีระบบเกษตรพันธสัญญา ทุกวันนี้โลกาภิวัตน์ได้นำโลกเข้ามาใกล้กันมากขึ้น ความต้องการอาหารและสินค้าเกษตรได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และแบบแผนการบริโภคอาหารของผู้บริโภคได้เปลี่ยนมาบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและปลอดภัย ตลาดอาหารในปัจจุบันมีการแข่งขันสูงขึ้น ทั้งในเรื่องของการนำเสนอสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด การตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที ในบริบทใหม่นี้ผู้ซื้อสินค้าเกษตรต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานอาหาร (Food Supply Chain) เพื่อให้สามารถจัดหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพดีได้โดยตรงจากเกษตรกร เพื่อตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารจากลูกค้าของตนเอง เช่น ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร โรงแรม เป็นต้น   kissclipart.com จากการเปลี่ยนแปลงของโลกข้างต้น ทำให้เกิดรูปแบบของการบริหารจัดการทางธุรกิจสมัยใหม่ […]

No Comments read more

พืชดัดแปลงพันธุกรรม (GM Crops)#4 ข้าวสีทอง ตอนที่ 3 ข้าวสีทองดีเบต

Posted: 31/10/2020 at 17:55   /   Agriculture, พืชจีเอ็ม

ข้าวสีทอง (Golden Rice) เป็นพืชดัดแปลงพันธุกรรมที่อุดมด้วยเบต้าแคโรทีนซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการขาดวิตามินเอ (Vitamin A Deficiency; VAD) ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพในพื้นที่ที่ยากจนมาก ข้าวสีทองเกิดจากความคิดที่ว่าเทคโนโลยีชีวภาพสามารถแก้ปัญหาการขาดสารอาหาร ความอดอยาก และความยากจนในประเทศกำลังพัฒนา Golden Rice มีชื่อตามสีทองซึ่งเกิดจากเบต้าแคโรทีน (β-carotene) ข้าวปกติไม่แสดงเบต้าแคโรทีนในเอนโดสเปิร์มซึ่งเป็นส่วนที่มีแป้งและใหญ่ที่สุดของเมล็ดข้าวซึ่งโดยปกติจะมีสีขาวนวล เบต้าแคโรทีนเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มโมเลกุลที่เรียกว่าแคโรทีนอยด์ (carotenoid) ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายร้อยชนิดที่พืชสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติและมีสีเหลืองส้ม แคโรทีนอยด์เป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับมนุษย์เนื่องจากเป็นสารตั้งต้นของโมเลกุลที่จำเป็นในการเผาผลาญ ร่างกายมนุษย์เปลี่ยนเบต้าแคโรทีนหรือที่เรียกว่าโปรวิตามินเอ (pro-vitamin A) ให้กลายเป็นวิตามินเอ เมื่อผู้คนไม่สามารถเข้าถึงอาหารที่มีเบต้าแคโรทีน เนื่องจากพวกเขากินพืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นส่วนใหญ่ เช่น ข้าวเจ้า ข้าวสาลี หรือข้าวฟ่าง พวกเขาจะเสี่ยงต่อการตาบอดและเป็นโรค พัฒนาการของข้าวสีทองเกิดจากความชุกของการขาดวิตามินเอ (VAD) ในเด็กทั่วโลก ในฟิลิปปินส์เพียงประเทศเดียวเด็กประมาณ 2.1 ล้านคนต้องทนทุกข์ทรมานจากการขาดวิตามินเอตามรายงานของ Ocampo ในปี 2017 ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความยากจนในประเทศ แม้ว่าจะมีการแทรกแซงหลายอย่างเช่น โปรแกรมการเลี้ยงลูกด้วยนม การเสริมวิตามินเอ และการเสริมอาหาร อย่างไรก็ตามการแทรกแซงเหล่านี้ไม่เพียงพอในการต่อสู้กับการขาดวิตามินเอ ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ผู้สร้างและผู้เสนอข้าวสีทองได้เน้นย้ำโครงการข้าวสีทอง “Golden Rice Project” อย่างต่อเนื่องว่า มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรเทา VAD […]

No Comments read more

พืชดัดแปลงพันธุกรรม (GM Crops)#3 ข้าวสีทอง ตอนที่ 2 การพัฒนาและประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพ “Golden Rice”

Posted: 29/09/2020 at 14:51   /   Agriculture, พืชจีเอ็ม

การเสริมวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน (β-carotene) จัดเป็นกลุ่มรงควัตถุ (pigment) ที่มีสีส้ม สีเหลือง เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (carotenoid) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ สารนี้เมื่อเข้าสู่รางกายจะได้รับการเปลี่ยนเป็นวิตามินเอจึงจะออกฤทธิ์ได้ เบต้าแคโรทีนเป็นแหล่งวิตามินเอที่มีประสิทธิภาพทั้งในอาหารทั่วไปและอาหารเสริมวิตามิน โดยทั่วไปถือว่าไม่มีพิษและไม่มีรายงานผลข้างเคียงที่เกิดจากการบริโภคเบต้าแคโรทีนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในอาหาร การขาดวิตามินเอ (Vitamin A Deficiency; VAD) ได้รับการยอมรับว่าเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปีในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ โดยเฉพาะในแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประชากรบริโภคข้าวเป็นอาหารหลักคิดเป็นร้อยละ 80 ของอาหารประจำวัน ข้าวเป็นแหล่งแคลอรี่ที่สมบูรณ์แบบและมีโปรตีนและไขมัน แต่มีธาตุเหล็ก สังกะสี น้อยมาก และไม่มีวิตามินเอหรือสารตั้งต้นเบต้าแคโรทีน (β-carotene) จริงๆ แล้วต้นข้าวมีเบต้าแคโรทีนในเนื้อเยื่อสีเขียวส่วนที่เป็นใบและลำต้น แต่เอนโดสเปิร์มซึ่งเป็นส่วนที่กินได้ของเมล็ดข้าวไม่มีเบต้าแคโรทีนโดยสิ้นเชิง   เด็กและสตรีมีครรภ์มีความเสี่ยงสูงสุดจากการขาดวิตามินเอ (VAD) จากข้อมูลในปี 2005 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า มีเด็ก 190 ล้านคนที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ และหญิงตั้งครรภ์ 19 ล้านคนใน 122 ประเทศ ถูกประเมินว่าได้รับผลกระทบจากการขาดวิตามินเอ การขาดวิตามินเอเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการตาบอดที่ป้องกันได้ของเด็กเล็กในประเทศกำลังพัฒนา มีรายงานเด็กทั่วโลก 250,000-500,000 คนตาบอดในแต่ละปี […]

No Comments read more

พืชดัดแปลงพันธุกรรม (GM Crops)#2 ข้าวสีทอง ตอนที่ 1 การสร้างข้าวดัดแปลงพันธุกรรม “Golden Rice”

Posted: 23/08/2020 at 22:44   /   Agriculture, พืชจีเอ็ม

GMOs คืออะไร? สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ (Genetically Modified Organism, GMOs) คือสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรมจากการใช้เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม ที่เกิดจากการตัดเอายีนของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งเข้าไปในยีนของสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งปกติไม่เคยผสมพันธุ์กันได้ในธรรมชาติ ทำให้ได้สิ่งมีชีวิตใหม่ที่มีคุณลักษณะที่เป็นประโยชน์ตามที่ต้องการ จีเอ็มโอถูกนำมาใช้ในการวิจัยและเพื่อผลิตพืชอาหารที่มีความต้านทานต่อแมลงศัตรูพืช ต้านทานต่อโรคพืช ต้านทานต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช คงทนต่อสภาพแวดล้อม รวมทั้งพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ว่าควรจะผลิตและจำหน่ายหรือไม่ หลายกลุ่มต่อต้านการผลิตพืชอาหารดัดแปลงพันธุกรรมเนื่องจากกลัวความเสี่ยงด้านสุขภาพของมนุษย์และความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม มองไปรอบๆ ตัวเรา แตงโมไร้เมล็ด ข้าวโพดหวาน มันเทศอ้วน ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ล้วนเป็นตัวอย่างของการที่มนุษย์ได้ปรับปรุงลักษณะที่พึงปรารถนาในสิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดยใช้พันธุวิศวกรรม ในทำนองเดียวกัน “ข้าวสีทอง (Golden Rice) ” ซึ่งเป็นพืชดัดแปลงพันธุกรรมหรือพืชจีเอ็ม (Genetically Modified Crops; GM Crops) ที่สร้างโปรวิตามินเอในเมล้ดข้าว การวิจัยที่นำไปสู่ข้าวสีทองดำเนินการโดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยปรับปรุงชีวิตของผู้คนนับล้านทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งการขาดวิตามินเอเป็นโรคที่พบบ่อยและส่งผลกระทบต่อเด็กเล็กและสตรีมีครรภ์มากที่สุด ในช่วง 20 ปีนับตั้งแต่สร้างข้าวสีทองขึ้นมา การเปิดตัวโครงการข้าวสีทองในประเทศกำลังพัฒนาต้องเจออุปสรรค แม้โครงการข้าวสีทองจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการด้านมนุษยธรรมและปฏิบัติตามกฎข้อบังคับระดับชาติและนานาชาติที่ควบคุมสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ (GMOs) โครงการข้าวสีทองต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างรุนแรงจากนักเคลื่อนไหวต่อต้านจีเอ็มโอที่มีกรีนพีซเป็นแกนนำ ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการนำพืชดัดแปลงพันธุกรรมมาบริโภค   วิตามินเอ วิตามินทั่วไปแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ […]

No Comments read more

การแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอันตราย#3 คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos)

Posted: 14/07/2020 at 17:01   /   Agriculture, การแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอันตรายและทางเลือกทดแทน

คลอร์ไพริฟอส คลอร์ไพริฟอส (chlorpyrifos) เป็นสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช (insecticides) ในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (organophosphate compound) ที่เป็นสารอินทรีย์ที่มีฟอสฟอรัสเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ใช้เพื่อฆ่าแมลงศัตรูพืชหลายชนิด เนื่องจากมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะเซทิลโคลีนเอสเทอเรส (acetylcholinesterase) ในระบบประสาทของแมลง องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้คลอร์ไพริฟอสเป็นสารประกอบที่มีอันตรายในระดับปานกลางตามความเป็นพิษเฉียบพลันของมัน การได้รับสารชนิดนี้ที่สูงกว่าระดับที่แนะนำนั้น เชื่อมโยงกับผลกระทบทางระบบประสาท, ความผิดปกติของพัฒนาการแบบถาวร และความผิดปกติของภูมิต้านทานผิดปกติ การได้รับสารนี้ในระหว่างตั้งครรภ์เป็นอันตรายต่อพัฒนาการทางประสาทของเด็ก คลอร์ไพริฟอสได้รับการจดสิทธิบัตรครั้งแรกในปี 1966 โดย Dow Chemical Company ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น Corteva ตามการควบรวมกิจการกับ DuPont ในปี 2019 ปัจจุบันคลอร์ไพริฟอสจดทะเบียนในกว่า 100 ประเทศทั่วโลกทั้งประเทศอุตสาหกรรมและประเทศกำลังพัฒนา  การใช้ คลอร์ไพริฟอส (chlorpyrifos) เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นิยมใช้กันมากทางการเกษตรเพื่อกำจัดแมลงที่เป็นศัตรูพืชในพืชผลต่างๆ มากกว่า 50 ชนิด  และใช้ประโยชน์ในด้านสาธารณสุขเพื่อกำจัดแมลงในที่อยู่อาศัยตามอาคารบ้านเรือน เช่น ปลวก มด แมลงสาบ เป็นต้น ในภาคการเกษตร คลอร์ไพริฟอสเป็นยาฆ่าแมลงศัตรูพืชที่ใช้ฉีดพ่นลงในแปลงเกษตร จากคุณสมบัติของสารคลอร์ไพริฟอสในการออกฤทธิ์กำจัดแมลงได้หลายชนิด ทั้งเพลี้ย หนอนชนิดต่างๆ […]

No Comments read more

การแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอันตราย#2 พาราควอต (Paraquat)

Posted: 29/06/2020 at 23:43   /   Agriculture, การแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอันตรายและทางเลือกทดแทน

พาราควอต (Paraquat) เป็นสารเคมีกำจัดวัชพืชหรือยาฆ่าหญ้าที่นิยมใช้ในภาคเกษตรกรรมทั่วโลกมานานหกสิบปี เนื่องจากพาราควอตมีราคาถูก และมีประสิทธิภาพสูงสำหรับการกำจัดวัชพืช มันจึงเป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย เป็นที่ยอมรับกันว่า “พาราควอตเป็นสารกำจัดวัชพืชที่เป็นอันตรายมากที่สุด มีพิษรุนแรงที่สุด และไม่มียาแก้พิษ” เพียงจิบน้อยกว่าหนึ่งช้อนชาก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ พาราควอตก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและความตายในหมู่คนงานและเกษตรกรทั่วโลก โดยมีอัตราการเสียชีวิตจากการสัมผัสโดยตรงสูงถึง 40% การได้รับสารเป็นระยะเวลานานอาจทำให้เกิดโรคทางสมองที่รักษาไม่หาย เช่น โรคพาร์กินสัน พาราควอตจึงถูกห้ามการใช้ในหลายประเทศ แต่ประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ยังอนุญาตให้ใช้พาราควอต พาราควอตถูกผลิตและจำหน่ายครั้งแรกในปี 1962 โดยบริษัทเคมีของอังกฤษ Imperial Chemical Industries (ICI) ซึ่งกลายเป็นบริษัทซินเจนทา (Syngenta) ในปี 2000 โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองบาเซล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ปัจจุบันซินเจนทามีพนักงานกว่า 27,000 คนในประเทศต่างๆ ครอบคลุมกว่า 90 ประเทศทั่วโลก ซินเจนทาเป็นผู้ผลิตหลักของพาราควอตภายใต้ชื่อการค้า กรัมม็อกโซน (Grammoxone) แต่สารกำจัดวัชพืชพาราควอตก็มีขายภายใต้ชื่อการค้าที่แตกต่างกันไปโดยผู้ผลิตต่างๆ ปัจจุบันประเทศจีนเป็นผู้ผลิตพาราควอตรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยผลิตได้มากกว่า 100,000 ตันต่อปี   ความเป็นพิษของพาราควอต พาราควอต (Paraquat) เป็นยาปราบศัตรูพืชแบบไม่เลือกทำลาย (non-selective herbicide) คือจะเป็นอันตรายกับพืชทุกชนิดที่รับสารนี้เข้าไป ผลิตภัณฑ์พาราควอตอยู่ในรูปแบบของเหลวและใช้ฉีดพ่นบนพื้นดินเท่านั้น […]

No Comments read more

การแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอันตราย#1 ไกลโฟเซต (Glyphosate)

Posted: 13/06/2020 at 10:58   /   Agriculture, การแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอันตรายและทางเลือกทดแทน

การควบคุมวัชพืช (Weed Control) ศัตรูพืช ได้แก่ วัชพืช แมลง หรือโรคพืช ในบรรดาศัตรูพืชทั้งสามประเภท “วัชพืช” เป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่แย่งชิงผลผลิตทางการเกษตร  ลองนึกภาพหากเราเป็นเกษตรกรที่ปลูกพืชผลจำนวนหลายร้อยไร่ การป้องกันไม่ให้วัชพืชเข้ายึดนาและทำลายพืชผลเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง! วัชพืชเป็นพืชที่ไม่พึงประสงค์ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในไร่นาสวน มักสร้างความเสียหายแก่พืชเศรษฐกิจโดยเฉพาะในช่วงแรกของการเจริญเติบโต เนื่องจากวัชพืชจะขึ้นแข่งขันกับพืชผลเพื่อแย่งชิงอากาศ สารอาหาร น้ำ และแสงแดด ทำให้พืชผลของเกษตรกรเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ และทำให้ผลผลิตลดลง ทำให้เกษตรกรต้องหาหนทางและวิธีการต่างๆ มาใช้เพื่อการควบคุมวัชพืช ในแต่ละปีเกษตรกรได้ใช้จ่ายทั้งเงิน เวลา และความรู้ต่างๆ ในการควบคุมวัชพืช ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง เนื่องจากการควบคุมวัชพืชเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำการเกษตร ช่วยให้เกษตกรสามารถเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของพืชเศรษฐกิจ วิธีควบคุมวัชพืชที่เกษตรกรใช้ปกป้องพืชผลของพวกเขาแบ่งได้เป็น 4 ประเภทดังนี้ (1) การควบคุมวัชพืชเชิงป้องกัน (Preventative Weed Control): ได้แก่การปลูกพืชคลุมดิน อาจเป็นหญ้าหรือพืชตระกูลถั่ว จะช่วยกำจัดวัชพืช เนื่องจากพืชคลุมดินส่วนใหญ่จะมีใบเป็นจำนวนมาก และหล่นทับถมบนผิวดินจนแสงสว่างส่องไม่ถึงผิวดิน เมื่อเป็นเช่นนี้วัชพืชก็จะไม่มีโอกาสงอกได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราปลูกถั่วลายคลุมดิน จะทำให้หญ้าคาตายได้ เพราะถูกบังแสงแดด จนมีไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ (2) การควบคุมวัชพืชโดยวิธีกล (Mechanical weed control): การกำจัดวัชพืชแบบนี้ […]

No Comments read more

พืชดัดแปลงพันธุกรรม (GM Crops)#1 จีเอ็มโอ, วิธีสร้างพืชจีเอ็ม, พื้นที่ปลูกพืชจีเอ็มทั่วโลก, พืชจีเอ็มกับประเทศไทย

Posted: 01/04/2020 at 12:56   /   Agriculture, พืชจีเอ็ม

ภาพแสดงความสัมพันธ์ระหว่างโครโมโซม DNA และยีน (kintalk.org) โครโมโซม (Chromosome) – ตัวโครโมโซมสามารถย้อมสีติด มันอยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ เป็นที่อยู่ของ “สารพันธุกรรมหรือ DNA” รวมถึง “หน่วยพันธุกรรมหรือยีน” (ซึ่งยีนอยู่ใน DNA อีกที)  – ทำหน้าที่ควบคุมและถ่ายทอดข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆของสิ่งมีชีวิต  ดีเอ็นเอ (DNA) – สารพันธุกรรมที่อยู่ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต มีโครงสร้างเป็นสายบิดเกลียวคล้ายบันไดเวียนขวา – มีหน้าที่เก็บรหัสพันธุกรรมหรือลำดับเบส ยีน (Gene) – ช่วงใดช่วงหนึ่งของสาย DNA ยีนเป็นส่วนหนึ่งของ DNA หรือเป็นหน่วยพันธุกรรมที่บรรจุรหัสพันธุกรรมสำหรับสร้าง RNA และโปรตีน ซึ่งกำหนดลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่สามารถถ่ายทอดไปสู่ลูกหลาน –  ทำหน้าที่สำคัญในการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อและแม่ไปสู่ลูก ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา หรือความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ   สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ (Genetically Modified Organisms; GMOs) สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ (Genetically Modified Organism, GMOs) คือสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรม เป็นผลผลิตในห้องปฏิบัติการจากการใช้เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม ที่เกิดจากการตัดเอายีนของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งเข้าไปในยีนของสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง […]

No Comments read more